VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: ภาวะผิดปกติ/ภาวะเป็นโรค ของ ฟลูออไรด์

 

ภาวะผิดปกติ/ภาวะเป็นโรค ของ ฟลูออไรด์

          ภาวะผิดปกติของการได้รับฟลูออไรด์เกินขนาดจะเกิดขึ้นได้ 2 ประการ คือ ประการที่ 1 อาการเฉียบพลัน และประการที่ 2 คือ อาการสะสมอาการเฉียบพลัน คือ การได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่สูงมากเกินกว่า 5 มิลลิกรัมต่อครั้งจะเกิดความเป็นพิษของฟลูออไรด์อย่างเฉียบพลัน โดยมีอาการคลื่นไส้และอาเจียน ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเนื่องจากอุบัติเหตุโดยการรับประทานฟลูออไรด์เกินขนาดมาก ๆเช่นเด็กรับประทานยาสีฟันทั้งหลอดขนาด100 กรัม หรือรับประทานยาเม็ดฟลูออไรด์ประมาณ 5 เม็ดต่อครั้ง ดังนั้น จึงควรระวังจัดเก็บขวางยาเม็ดฟลูออไรด์และยาสีฟันให้พ้นจากมือเด็ก เพื่อป้องกันการหยิบยากินเองอาการสะสม คือ การเกิดผลข้างเคียง เช่น ฟันตกกระ และการเกิดกระดูกพรุน ซึ่งจะทำให้กระดูกหักได้ง่าย โดยปกติ ผลที่ไม่พึงประสงค์นี้จะเกิดจากการดื่มและบริโภคน้ำธรรมชาติที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูงเกินพอ อาการฟันตกกระพบครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา จากการบริโภคน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูงกว่า 2 ส่วนในล้านส่วน สำหรับประเทศไทยและประเทศที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูง ประชากรบริโภคน้ำปริมาณสูงกว่าประเทศที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำ จากการสำรวจแหล่งน้ำดื่มธรรมชาติ ซึ่งส่วนใหญเป็นน้ำบ่อตื้น และประชาชนในพื้นที่มีฟันตกกระ พบว่าปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำระดับวิกฤตที่ทำให้เกิดฟันตกกระคือ สูงกว่า 0.6 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งสอดคล้องกับที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำดื่มสำหรับประเทศทม่ีอุญหภูมิเฉลี่ยสูง ไม่ควรเกิน 0.7 ส่วนในล้านส่วน เนื่องจากเด็กที่อยู่ในประเทศร้อนดื่มน้ำมากกว่าเด็กที่อยู่ในประเทศอากาศหนาว จึงได้รับปริมาณฟลูออไรด์จากน้ำมากกว่า และเนื่องจากเด็กไทยดื่มน้ำนมน้อยกว่า การดูดซึมของฟลูออไรด์เข้าสู่ร่างกายจะน้อยในขณะที่มีน้ำนม อยู่ ด้วยอย่างไรก็ตาม การเกิดฟันตกกระนี้ จะเกิดได้เมื่อได้รับฟลูออไรด์ในนปริมาณที่มากเกินพอในขณะที่ฟันกำลังสร้างและมีการสะสมแร่ธาตุเท่านั้น คือ อายุระหว่างแรกเกิด ถึง 12 ปี โดยช่วงวิกฤตที่สุดคือ ช่วงอายุระหว่าง 3-6 ปี ซึ่งฉันแต่ละซี่มีระยะการสร้างเสริมแร่ธาตุต่าง ๆ กัน การเกิดและป้องกันฟันตกกระของฟันแต่ละซี่ จึงขึ้นกับช่วงอายุที่ได้รับฟลูออไรด์ ดังนั้น การได้รับฟลูออไรด์เสริมจึงควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อให้คำแนะนำในการใช้ฟลูออไรด์อย่างมีประสิทธิผลและไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กที่ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ โดยปกติทันตแพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กเล็กประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวซึ่งเท่ากับ 0.36 กรัม โดยประมาณร้อยละ 72 (0.27กรัม) จะคงเหลือค้างอยู่ในช่องปาก

 


หมวดความรู้:Fruoride
 
รวม 333  บทความ : ลง 11/1/2555 9:48:31: แก้ไข : 8/11/2020 5:43:43 AMแก้ไขบทความแก้ไข