VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: ความรู้เกี่ยวกับคอลลาเจน ( Collagen )

ทำไมผิวหนังคนเราเหี่ยวย่นเมื่อมีอายุมากขึ้น
ชั้นผิวหนังของคนเราโดยทั่วไป
ผิวหนังที่มีสุขภาพดีทั่วไปจะมีผิวหนังชั้นนอกที่เรียบเนียน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันน้ำและอาการบาดเจ็บจากสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว สีและความกลมกลืนของผิวจะสม่ำเสมอไม่เป็นด่างดวง และสามารถพบส่วนประกอบภายในผิวต่างๆ ได้ทั่วไปเช่น คอลลาเจน (collagen) ซึ่งช่วยให้ผิวหนังเต่งตึง, อีลาสติน (elastin) ซึ่งทำให้ผิวนุ่มยืดหยุ่นได้ดี

เรียนรู้เรื่อง "คอลลาเจน"
ผู้หญิงสมัยใหม่ ไม่มีใครไม่รู้จักคอลลาเจนที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึง แต่เมื่ออายุที่มากขึ้น คอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนังก็ลดลงตามลำดับ การยิ้ม ขมวดคิ้ว หรี่ตา หรือเครียด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพ ผลที่ตามมาก็คือ ริ้วรอย และรอยตีนกาบนใบหน้า
ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสลายตัวของคอลาเจน คือ อนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดด มลพิษต่างๆ บุหรี่ สารปนเปื้อนในอาหารที่รับประทานเข้าไป และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลต่อผิวในชั้นหนังกำพร้า และชั้นหนังแท้ ที่ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชนิด คือ คอลลาเจน และอีลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผิวพรรณเต่งตึง มีความยืดหยุ่น และควบคุมความชุ่มชื้น เมื่อถูกทำลายให้บางลง และด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้เกิดความไม่สมดุลกันระหว่างการผลิต และการสลายตัวของคอลลาเจนตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวหน้าหย่อนคล้อย และหยาบกระด้าง ดังนั้น วิธีที่จะทำให้ผิวพรรณกลับคืนสู่ความวัยเยาว์นั้น ก็คือการเพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว
การเพิ่มคอลลาเจนก็มีหลากหลายวิธี ดังนี้
การเติมคอลลาเจน และอีลาสตินที่ขาดหายไปจากเซลล์ผิว ตามธรรมชาติแล้ว
คอลลาเจนและอีลาสติน จะเริ่มเสื่อมลงเมื่ออายุ 25-30 ปี ปัจจุบันมีการค้นคว้าเพื่อหาแหล่งธรรมชาติที่จะช่วยเสริมคอลลาเจนที่ขาดหายไป เพราะผิวที่มีคอลลาเจนที่แข็งแรง จะเป็นผิวที่เปล่งปลั่ง เนียนใส คอลลาเจน จึงเป็นหัวใจสำคัญที่คงความยืดหยุ่น และช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ไม่สูญเสียไปกับสภาพแวดล้อม
การรับประทานอาหารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ
สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดจากธรรมชาติ จะช่วยกำจัดตัวการสร้างอนุมูลอิสระได้หมดไป และไม่ทำลายเซลล์ผิวหนัง ซึ่งได้แก่ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี สารเหล่านี้เป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อคอลลาเจนและอีลาสติน
การรักษาความชุ่มชื้นให้กับเซลล์ผิว
การสูญเสียความชุ่มชื้นของเซลล์ผิว ทำให้เกิดความหยาบกร้านและริ้วรอย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นชนิดพิเศษ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่ามอยซ์เจอไรเซอร์ทั่วไป จะสังเกตได้จากส่วนผสมที่ประกอบด้วย ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน,ไฮโดรไลซ์ อีลาสติน,โปรคอลลาเจน,เอเอชเอ เป็นต้น
โรคข้อเสื่อม
วิทยาการใหม่ ในการรักษาโรคข้อเสื่อม โดย การรับประทานอาหารบำรุงข้อ ในรูปของ โปรตีน Collagen Hydrolysate ที่ให้ Collagen Type II ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ โดย จะเข้าไปทดแทนเซลล์กระดูกอ่อนที่สูญเสียไป และช่วย กระตุ้นให้ เซลล์กระดูก อ่อนมีการสังเคราะห์ตัวมากขึ้น ช่วยให้การรักษาโรคข้อเสื่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยโภชนบำบัดโดย ไม่มีผลข้างเคียงเหมือนการรักษาด้วยยา ภาวะข้ออักเสบสร้างความทรมานให้คนทุกเพศทุกวัยตั้งแต่โบราณกาล แต่ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นมากกว่า เพราะความเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ บางคนอาจคิดว่าอาการข้ออักเสบ ปวดข้อจะเกิดกับคนที่อยู่กับอากาศหนาว ชื้น เฉอะแฉะ ครึ้มฟ้าครึ้มฝนทีไรเป็นได้เรื่องทุกที ต้องกินยาแก้ปวด หรือใช้ยานวดประเภทคลายกล้ามเนื้อที่นวดแล้วร้อนๆ ก็จะรู้สึกสบายขึ้น
ความจริงแล้ว อาการปวดข้อจากข้ออักเสบ แก้ไขและรักษาให้ดีขึ้นได้ ไม่ต้องทรมานจากความเจ็บปวดและภาวะข้อติด ข้อยึด โรคนี้เกิดกับเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่ปลายกระดูกของแต่ละข้อมีการสึก ทำให้คุณสมบัติในการรองรับแรงกระแทกที่กดลงบนข้อเสียไป ทำให้เมื่อมีการเคลื่อนไหวจะปวด และถ้ากระดูกอ่อนผิวข้อสึกมาก เวลาเคลื่อนกระดูกจะเสียดสีกัน ทำให้เกิดความเจ็บปวดมาก ข้อฝืด เคลื่อนไหวไม่สะดวก

การรักษาโดยทั่วไป แพทย์จะให้รับประทานยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (ที่เรียกกันว่า เอ็นเสดส์ - NSAIDs) ซึ่งประสิทธิภาพในการลดอาการปวดและการอักเสบได้ แต่จะมีข้อควรระวังเรื่องผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารหรือลำไส้ คือกัดกระเพาะ ทำให้เกิดแผลในกระเพาะหรือลำไส้ได้ง่าย หรือเป็นพิษต่อไต ที่ต้องระวังในคนไข้ไตเสื่อม อาจทำให้เกิดอาการบวมน้ำ หรือความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุจะเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และยังอาจส่งผลเสียต่อตับและระบบเลือดได้
การดูแลตนเองควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ข้อเสื่อมมากขึ้น เช่น การคุกเข่า การนั่งพับเพียบ ในรายที่น้ำหนักมาก จะเพิ่มความรุนแรงของโรคข้อเสื่อมที่เข่า ควรลดน้ำหนัก อย่าให้อ้วน ส่วนผู้ป่วยบางรายอาจต้องใช้เครื่องช่วยพยุงเช่นไม้เท้าในการเดิน เพื่อลดแรงกระแทกที่ขาและข้อเข่า
ปัจจุบันมีการนำสารโปรตีน ประเภทคอลลาเจน ไฮโรไลเซท ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเนื้อเยื่อกระดูกที่หุ้มรอบส่วนปลายของกระดูกในข้อ มารับประทานในรูปผงชงดื่มเพื่อกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์คอลลาเจน (Collagen type II) ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในกระดูกอ่อนในข้อ จะช่วยให้การรักษาโรคข้อเสื่อมมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสาเหตุหลักของข้อเสื่อมคือ การสูญเสียเนื้อกระดูกอ่อนนั่นเอง ผู้ป่วยสามารถสังเกตได้จากอาการปวดข้อลดน้อยลง

ที่มา : http://www.fishcollagenonline.com/


หมวดความรู้:collagen
 
รวม 333  บทความ : ลง 17/7/2555 11:23:25: แก้ไข : 12/5/2019 10:45:09 AMแก้ไขบทความแก้ไข