VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: พระราชบัญญัติ อาหาร พ.ศ. 2522

:: พระราชบัญญัติ  อาหาร พ.ศ. 2522 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2522  เป็นปีที่ 34 ในรัชกาลปัจจุบัน


มาตรา  1  พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติอาหาร  พ.ศ. 2522"
มาตรา  2  พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2522/79/1พ/13 พฤษภาคม 2522]
มาตรา  3  ให้ยกเลิก
(1) พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหาร พ.ศ. 2507
(2) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 49 ลงวันที่ 18 มกราคม  พ.ศ. 2515
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้  ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา  4  ในพระราชบัญญัตินี้
"อาหาร" หมายความว่า  ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต ได้แก่
(1) วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธี ใด ๆ หรือในรูปลักษณะใด ๆ แต่ไม่รวมถึงยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและ ประสาทหรือยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น แล้วแต่กรณี
(2) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร รวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สี และเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส
"อาหารควบคุมเฉพาะ" หมายความว่า  อาหารที่รัฐมนตรีประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นอาหารที่อยู่ในความควบคุมคุณภาพหรือ มาตรฐาน
"ตำรับอาหาร" หมายความว่า  รายการของวัตถุที่ใช้เป็น ส่วนประกอบอาหารซึ่งระบุน้ำหนักหรือปริมาตรของแต่ละรายการ
"ภาชนะบรรจุ" หมายความว่า  วัตถุที่ใช้บรรจุอาหารไม่ว่าด้วย การใส่หรือห่อหรือด้วยวิธีใด ๆ
"ฉลาก" หมายความรวมถึงรูป รอยประดิษฐ์ เครื่องหมาย หรือ ข้อความใด ๆ ที่แสดงไว้ที่อาหาร ภาชนะบรรจุอาหาร หรือหีบห่อของ ภาชนะที่บรรจุอาหาร
"ผลิต" หมายความว่า  ทำ ผสม ปรุงแต่งและหมายความรวมถึง แบ่งบรรจุด้วย
"จำหน่าย" หมายความรวมถึง ขาย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในทางการค้า หรือการมีไว้เพื่อจำหน่ายด้วย
"นำเข้า" หมายความว่า  นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
"ส่งออก" หมายความว่า  นำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร
"โรงงาน" หมายความว่า  โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตอาหาร
"ผู้รับอนุญาต" หมายความว่า  ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้รับใบอนุญาตให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งนิติ บุคคลแต่งตั้งให้เป็นผู้ดำเนินกิจการด้วย
"ผู้อนุญาต" หมายความว่า  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย
"คณะกรรมการ" หมายความว่า  คณะกรรมการอาหาร
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า  ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
"รัฐมนตรี" หมายความว่า  รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา  5  ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออก กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้  ยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่น กับออกประกาศ ทั้งนี้  เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงและประกาศนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
มาตรา  6  เพื่อประโยชน์แก่การควบคุมอาหาร ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(1) กำหนดอาหารควบคุมเฉพาะ
(2) กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารควบคุมเฉพาะตามชื่อ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหารนั้น ๆ ที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้า เพื่อจำหน่าย หรือที่จำหน่าย ตลอดจนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย
(3) กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหารที่มิใช่เป็นอาหารตาม  (1) และจะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการผลิตเพื่อจำหน่าย  นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายด้วยหรือไม่ก็ได้
(4) กำหนดอัตราส่วนของวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมอาหารตามชื่อ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อ จำหน่าย หรือที่จำหน่าย รวมทั้งการใช้สีและเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส
(5) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการใช้วัตถุเจือปนในอาหาร การใช้วัตถุกันเสีย และวิธีป้องกันการเสีย การเจือสี หรือวัตถุอื่นในอาหาร ที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือที่จำหน่าย
(6) กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุและการใช้ภาชนะ บรรจุ ตลอดจนการห้ามใช้วัตถุใดเป็นภาชนะบรรจุอาหารด้วย
(7) กำหนดวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิตและการ เก็บรักษาอาหารเพื่อป้องกันมิให้อาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อ จำหน่ายหรือที่จำหน่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(8) กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย
(9) กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจ การเก็บ ตัวอย่าง การยึด การอายัด และการตรวจวิเคราะห์ทางวิชาการซึ่งอาหาร รวมทั้งเอกสารอ้างอิง
(10) กำหนดประเภทและชนิดอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อ จำหน่าย หรือที่จำหน่าย ซึ่งจะต้องมีฉลาก ข้อความในฉลาก เงื่อนไขและ วิธีการแสดงฉลาก ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการโฆษณาในฉลาก

:: หมวด 1 คณะกรรมการอาหาร

มาตรา  7  ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการ อาหาร" ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานกรรมการ  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา อธิบดีกรมอนามัยหรือผู้แทน  อธิบดีกรมการแพทย์หรือผู้แทน อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อหรือผู้ แทน อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือผู้แทน อธิบดีกรมวิทยา ศาสตร์บริการหรือผู้แทน อธิบดีกรมการค้าภายในหรือผู้แทน อธิบดี กรมศุลกากรหรือผู้แทน ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา  เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง กับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งอีกไม่เกินเก้าคน ในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้แทนของ ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายอาหารไม่เกิน สี่คน เป็นกรรมการ
ให้รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็น กรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการกอง กองควบคุมอาหาร  เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
มาตรา  8  ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ให้คำแนะนำ ความเห็น แก่รัฐมนตรีหรือผู้อนุญาต แล้วแต่กรณี ในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) การออกประกาศตาม มาตรา  6
(2) การวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม มาตรา  19
(3) การเพิกถอนทะเบียนตำรับอาหารตาม มาตรา  39
(4) การปฏิบัติการตาม มาตรา  44
(5) การพักใช้ใบอนุญาตหรือการเพิกถอนใบอนุญาตตาม มาตรา  46
มาตรา  9  กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี แต่อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
มาตรา  10  นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตาม มาตรา  9 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้ง ผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
ในกรณีที่รัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่ง แต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ เพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง ไว้แล้ว
มาตรา  11  การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการ ที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานใน ที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา  12  ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อ ปฏิบัติการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย ให้นำความใน มาตรา  11  มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา  13  ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะ กรรมการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียกให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด มาให้ถ้อยคำ และให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งใด มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้

:: หมวด 3 หน้าที่ของผู้รับอนุญาตเกี่ยวกับอาหาร

มาตรา  20  ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตตาม มาตรา  14 หรือ มาตรา  15 ผลิต นำเข้า หรือเก็บอาหารนอกสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
มาตรา  21  ห้ามมิให้ผู้รับอนุญาตย้ายสถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า หรือสถานที่เก็บอาหารเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต
การขออนุญาตและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา  22  ถ้าใบอนุญาตหรือใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร สูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งต่อผู้อนุญาต และยื่นคำขอ รับใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหายหรือถูกทำลาย ดังกล่าว
การขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน ตำรับอาหาร และการออกใบแทนใบอนุญาตหรือใบแทนใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา  23  ผู้รับอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทนใบอนุญาต  แล้วแต่กรณี ไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ผลิตหรือสถานที่ นำเข้าซึ่งอาหารที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และต้องติดหรือจัดป้ายแสดง สถานที่ผลิต หรือสถานที่นำเข้าที่ได้รับอนุญาตไว้ภายนอกสถานที่ ในที่เปิดเผยให้เห็นได้ง่ายด้วย
มาตรา  24  เพื่อประโยชน์ในการส่งออก และเมื่อมีความจำเป็น ที่จะให้ผู้รับอนุญาตผลิตอาหารควบคุมเฉพาะเพื่อส่งออกไปจำหน่าย นอกราชอาณาจักรเป็นครั้งคราว ผู้อนุญาตจะอนุญาตเป็นการเฉพาะ คราว ให้ผู้รับอนุญาตผลิตอาหารควบคุมเฉพาะได้ตามมาตรฐานของ ต่างประเทศหรือมาตรฐานระหว่างประเทศไม่ว่าจะต่ำกว่าหรือสูงกว่า คุณภาพหรือมาตรฐานที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตาม มาตรา  6 ก็ได้  แล้วให้รายงานคณะกรรมการทราบ

:: หมวด 4 การควบคุมอาหาร

มาตรา  25  ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่าย ซึ่งอาหาร ดังต่อไปนี้
(1) อาหารไม่บริสุทธิ์
(2) อาหารปลอม
(3) อาหารผิดมาตรฐาน
(4) อาหารอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา  26  อาหารที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นอาหาร ไม่บริสุทธิ์
(1) อาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพเจือปนอยู่ด้วย
(2) อาหารที่มีสารหรือวัตถุเคมีเจือปนอยู่ในอัตราที่อาจเป็นเหตุให้ คุณภาพของอาหารนั้นลดลง เว้นแต่การเจือปนเป็นการจำเป็นต่อ
กรรมวิธีผลิต การผลิต และได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว
(3) อาหารที่ได้ผลิต บรรจุ หรือเก็บรักษาไว้โดยไม่ถูกสุขลักษณะ
(4) อาหารที่ผลิตจากสัตว์ที่เป็นโรคอันอาจติดต่อถึงคนได้
(5) อาหารที่มีภาชนะบรรจุประกอบด้วยวัตถุที่น่าจะเป็นอันตราย แก่สุขภาพ
มาตรา  27  อาหารที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นอาหารปลอม
(1) อาหารที่ได้สับเปลี่ยนใช้วัตถุอื่นแทนบางส่วน หรือคัดแยกวัตถุ ที่มีคุณค่าออกเสียทั้งหมดหรือบางส่วน และจำหน่ายเป็นอาหารแท้ อย่างนั้น หรือใช้ชื่ออาหารแท้นั้น
(2) วัตถุหรืออาหารที่ผลิตขึ้นเทียมอาหารอย่างหนึ่งอย่างใดและ จำหน่ายเป็นอาหารแท้อย่างนั้น
(3) อาหารที่ได้ผสมหรือปรุงแต่งด้วยวิธีใด ๆ โดยประสงค์จะ ปกปิดซ่อนเร้นความชำรุดบกพร่องหรือความด้อยคุณภาพของ อาหารนั้น
(4) อาหารที่มีฉลากเพื่อลวง หรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิด ในเรื่องคุณภาพ ปริมาณ ประโยชน์ หรือลักษณะพิเศษอย่างอื่น  หรือในเรื่องสถานที่และประเทศที่ผลิต
(5) อาหารที่ผลิตขึ้นไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือมาตรฐานที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดตาม มาตรา  6 (2) หรือ (3) ถึงขนาดจากผลวิเคราะห์ ปรากฏว่าส่วนประกอบที่เป็นคุณค่าทางอาหารขาดหรือเกินร้อยละ สามสิบจากเกณฑ์ต่ำสุดหรือสูงสุด หรือแตกต่างจากคุณภาพหรือ มาตรฐานที่ระบุไว้จนทำให้เกิดโทษหรืออันตราย
มาตรา  28  อาหารผิดมาตรฐานได้แก่อาหารที่ไม่ถูกต้องตามคุณภาพ หรือมาตรฐานที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตาม มาตรา  6 (2) หรือ (3)  แต่ไม่ถึงขนาดดังที่กำหนดไว้ใน มาตรา  27 (5)
มาตรา  29  อาหารที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นอาหารตาม มาตรา  25 (4)
(1) ไม่ปลอดภัยในการบริโภค  หรือ
(2) มีสรรพคุณไม่เป็นที่เชื่อถือ หรือ
(3) มีคุณค่าหรือคุณประโยชน์ต่อร่างกายในระดับที่ไม่เหมาะสม
มาตรา  30  เพื่อประโยชน์แก่การควบคุมอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หรือให้ปราศจากอันตรายแก่ผู้บริโภค  ให้สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยามีอำนาจ
(1) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าซึ่งอาหาร  ดัดแปลงแก้ไขสถานที่ผลิต หรือสถานที่เก็บอาหาร
(2) สั่งให้งดผลิต หรืองดนำเข้าซึ่งอาหารที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออาหารที่ปรากฏจากผลการตรวจพิสูจน์ว่าเป็นอาหารที่ไม่ควรแก่ การบริโภค
(3) ประกาศผลการตรวจพิสูจน์อาหารให้ประชาชนทราบในกรณี ที่ปรากฏผลจากการตรวจพิสูจน์ว่าอาหารรายใดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ตาม มาตรา  26 หรือเป็นอาหารปลอมตาม มาตรา  27 หรือเป็นอาหาร ผิดมาตรฐานตาม มาตรา  28 หรือเป็นอาหารที่น่าจะเป็นอันตรายต่อ สุขภาพหรืออนามัยของประชาชนหรือภาชนะบรรจุรายใดประกอบ ด้วยวัตถุที่อาจเป็นอันตรายเมื่อใช้บรรจุอาหารโดยให้ระบุข้อความ ดังต่อไปนี้ด้วย
(ก) ในกรณีที่ปรากฏตัวผู้ผลิตโดยแน่ชัด ให้ระบุชื่อผู้ผลิต พร้อมทั้งชนิดและลักษณะของอาหารหรือภาชนะบรรจุนั้น และถ้าอาหาร หรือภาชนะบรรจุดังกล่าว มีชื่อทางการค้าหรือลำดับครั้งที่ผลิตหรือ นำเข้าก็ให้ระบุชื่อทางการค้าและลำดับครั้งที่ผลิตหรือนำเข้านั้นด้วย  แล้วแต่กรณี
(ข) ในกรณีที่ไม่ปรากฏตัวผู้ผลิตโดยแน่ชัดแต่ปรากฏตัว ผู้จำหน่าย ให้ระบุชื่อผู้จำหน่ายและสถานที่จำหน่ายพร้อมทั้งชนิด และลักษณะของอาหารหรือภาชนะบรรจุนั้น

:: หมวด 5 การขึ้นทะเบียนและการโฆษณาเกี่ยวกับอาหาร

มาตรา  31  ผู้รับอนุญาตตาม มาตรา  14 หรือ มาตรา  15 ผู้ใดจะผลิต หรือนำเข้าซึ่งอาหารควบคุมเฉพาะจะต้องนำอาหารนั้นมาขอขึ้น ทะเบียนตำรับอาหารต่อผู้อนุญาตเสียก่อน และเมื่อได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหารแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้าได้
การขอขึ้นทะเบียนและการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา  32  เมื่อได้มีประกาศตาม มาตรา  6 (1) แล้ว ให้ผู้รับ อนุญาตตาม มาตรา  14 ซึ่งผลิตอาหารควบคุมเฉพาะอยู่ก่อนวันที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนดงดผลิตอาหารจนกว่าจะได้รับใบสำคัญ การขึ้นทะเบียนตำรับอาหารตาม มาตรา  31 เว้นแต่ผู้อนุญาตจะ ได้สั่งให้ทำการผลิตต่อไปได้เป็นการชั่วคราว ภายในกำหนดเวลา ตามที่เห็นสมควร
มาตรา  33  เมื่อได้มีประกาศตาม มาตรา  6 (1) แล้ว ให้ผู้รับ อนุญาตตาม มาตรา  15 ซึ่งนำหรือสั่งอาหารควบคุมเฉพาะเข้ามาใน ราชอาณาจักรอยู่ก่อนวันที่ประกาศกำหนด นำอาหารนั้นมาขอขึ้น ทะเบียนตำรับอาหารตาม มาตรา  31 ภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่ วันที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เว้นแต่ผู้อนุญาตจะผ่อนผันขยาย ระยะเวลาดังกล่าวให้
มาตรา  34  ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าซึ่งอาหารควบคุมเฉพาะ ต้องผลิตหรือนำเข้าซึ่งอาหารควบคุมเฉพาะให้ตรงตามที่ได้ขึ้น ทะเบียนตำรับอาหารไว้
มาตรา  35  การขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหารตาม มาตรา  31 ต้อง แจ้งรายการหรือรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) ชื่ออาหาร
(2) ชื่อและปริมาณของวัตถุอันเป็นส่วนประกอบของอาหาร
(3) ขนาดบรรจุ
(4) ฉลาก
(5) ชื่อผู้ผลิตและสถานที่ผลิต
(6) ผลการตรวจวิเคราะห์อาหารจากส่วนราชการหรือสถาบันที่ คณะกรรมการกำหนด
(7) รายการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร
มาตรา  36  การแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร จะกระทำได้ เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต
การขอแก้ไขรายการทะเบียนตำรับอาหาร และการอนุญาตให้แก้ไข รายการทะเบียนตำรับอาหาร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา  37  ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหารให้ใช้ได้ตลอดไป เว้นแต่ทะเบียนตำรับอาหารที่ถูกสั่งเพิกถอนตาม มาตรา  39
มาตรา  38  ในกรณีที่มีความจำเป็น เพื่อประโยชน์แก่การควบคุม อาหาร เพื่อให้อาหารนั้นปลอดภัยในการบริโภค  หรือเพื่อคุ้มครอง ความปลอดภัยของผู้บริโภค ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งให้แก้ไขตำรับ อาหารที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วได้ตามที่เห็นสมควรหรือตามความ จำเป็น เพื่อให้อาหารนั้นปลอดภัยในการบริโภค
มาตรา  39  อาหารใดที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับอาหารไว้แล้ว หาก ภายหลังปรากฏว่าอาหารนั้นมีรายละเอียดไม่ตรงตามตำรับอาหาร ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ หรือเป็นอาหารปลอมตาม มาตรา  27  หรือเป็น อาหารที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและไม่อาจแก้ไขตำรับอาหารได้ ตาม มาตรา  38  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนทะเบียนตำรับ อาหารนั้นได้ การเพิกถอนให้กระทำโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
คำสั่งของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
มาตรา  40  ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือ สรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิด ความหลงเชื่อโดยไม่สมควร
มาตรา  41  ผู้ใดประสงค์จะโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือ สรรพคุณของอาหารทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ทางฉายภาพ ภาพยนตร์ หรือทางหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อื่น หรือด้วยวิธีอื่นใด เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ต้องนำเสียง ภาพ ภาพยนตร์ หรือข้อ ความที่จะโฆษณาดังกล่าวนั้นให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน เมื่อ ได้รับอนุญาตแล้วจึงจะโฆษณาได้
มาตรา  42  เพื่อพิทักษ์ประโยชน์และความปลอดภัยของผู้บริโภค ให้ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(1) ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่ายอาหาร หรือผู้ทำการโฆษณา ระงับการโฆษณาอาหารที่เห็นว่าเป็นการโฆษณาโดยฝ่าฝืน มาตรา  41
(2) ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือผู้จำหน่ายอาหาร หรือผู้ทำการโฆษณา อาหาร ระงับการผลิต การนำเข้า การจำหน่าย หรือการโฆษณาอาหาร ที่คณะกรรมการเห็นว่าอาหารดังกล่าวไม่มีคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณตามที่โฆษณา

:: หมวด 6 พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา  43  ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดังนี้
(1) เข้าไปในสถานที่ผลิตอาหาร สถานที่เก็บอาหาร สถานที่ จำหน่ายอาหารหรือสถานที่ทำการของผู้ผลิต ผู้เก็บรักษา ผู้จำหน่าย  รวมทั้งสถานที่ทำการของผู้นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งอาหาร  ในระหว่างเวลาทำการเพื่อตรวจสอบควบคุมให้การเป็นไปตามพระ ราชบัญญัตินี้
(2) ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราช บัญญัตินี้ อาจเข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ เพื่อตรวจสอบ อาหาร และอาจยึดหรืออายัดอาหารและเครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้อง กับการกระทำความผิด ตลอดจนภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุอาหาร และเอกสารที่เกี่ยวกับอาหารดังกล่าวได้
(3) นำอาหารในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อตรวจสอบ หรือตรวจวิเคราะห์
(4) ยึดหรืออายัดอาหารหรือภาชนะบรรจุที่สงสัยว่าอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพหรือผิดอนามัยของประชาชน เพื่อตรวจพิสูจน์
(5) ยึดหรืออายัดอาหารไม่บริสุทธิ์ อาหารปลอมหรืออาหารผิด มาตรฐานหรือภาชนะบรรจุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือ ผิดอนามัยของประชาชนหรือที่มีลักษณะไม่ถูกต้องตามคุณภาพหรือ มาตรฐานที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตาม มาตรา  6 (6)
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกตามสมควร
มาตรา  44  อาหารหรือภาชนะบรรจุที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ยึดหรือ อายัดไว้หรือเก็บมาตาม มาตรา  43 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการ ตรวจพิสูจน์เป็นที่แน่นอนว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ตาม มาตรา  26 เป็น อาหารปลอมตาม มาตรา  27 หรือเป็นอาหารผิดมาตรฐานตาม มาตรา   28 หรือเป็นอาหารที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตาม มาตรา  25 (4)  หรือเป็นภาชนะบรรจุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือผิด อนามัยของประชาชนหรือมีลักษณะไม่ถูกต้องตาม คุณภาพหรือ มาตรฐาน ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตาม มาตรา  6 (6) ถ้ามิได้มีการ ฟ้องคดีต่อศาล ผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจ สั่งทำลาย หรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรได้
มาตรา  45  ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้อง แสดงบัตรประจำตัวเมื่อผู้รับอนุญาตหรือผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดใน กฎกระทรวง

:: หมวด 7 การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา  46  เมื่อปรากฏต่อผู้อนุญาตว่าผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัติ นี้ หรือในกรณีที่ปรากฏผลจากการตรวจพิสูจน์ว่าอาหารซึ่งผลิตโดย ผู้รับอนุญาตผู้ใดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ตาม มาตรา  26 เป็นอาหารปลอม ตาม มาตรา  27 เป็นอาหารที่ผิดมาตรฐานตาม มาตรา  28 เป็นอาหาร หรือภาชนะบรรจุที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือผิดอนามัยของ ประชาชน ผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจ สั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ โดยมีกำหนดครั้งละไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน  หรือในกรณีที่มีการฟ้องผู้รับอนุญาตต่อศาลว่าได้กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ จะสั่งพักใช้ใบอนุญาตไว้รอคำพิพากษาอัน ถึงที่สุดก็ได้
ในกรณีที่มีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด ผู้รับอนุญาตผู้ใดได้ กระทำความผิดตาม มาตรา  26 หรือ มาตรา  27 ผู้อนุญาตโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้
คำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้ทำเป็นหนังสือ แจ้งให้ผู้รับอนุญาตทราบ  ในกรณีที่ไม่พบตัวผู้รับอนุญาตหรือผู้รับอนุญาต ไม่ยอมรับคำสั่งให้ปิดคำสั่งดังกล่าวไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ  สถานที่ผลิต สถานที่นำเข้า สถานที่จำหน่าย หรือสถานที่ทำการของ ผู้รับอนุญาต และให้ถือว่าผู้รับอนุญาตได้ทราบคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ ปิดคำสั่ง
ผู้รับอนุญาตซึ่งถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตมีสิทธิ อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง รัฐมนตรี มีอำนาจสั่งให้ยกอุทธรณ์หรือแก้ไขคำสั่งของผู้อนุญาตให้เป็นคุณแก่ ผู้อุทธรณ์ได้
คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด
การอุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีตามวรรคสี่ไม่เป็นการทุเลาการบังคับ ตามคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต
ให้ถือว่าการผลิต นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายซึ่ง อาหารควบคุมเฉพาะในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือถูกเพิก ถอนใบอนุญาตเป็นการฝ่าฝืน มาตรา  14 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา  15  วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี

:: หมวด 8 บทกำหนดโทษ

มาตรา  47  ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม มาตรา  6 (4) (5) หรือ (9) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา  48  ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม มาตรา  6 (6) ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  49  ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม มาตรา  6 (7) ต้องระวาง โทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา  50  ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม มาตรา  6 (8) ต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปีและปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึง สองหมื่นบาท
มาตรา  51  ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศซึ่งออกตาม มาตรา  6 (10) ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
มาตรา  52  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตาม มาตรา  13  หรือขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่ง ปฏิบัติการตาม มาตรา  43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  53  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  14 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา  15 วรรคหนึ่ง  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  54  ผู้ใดผลิตหรือนำเข้าซึ่งอาหารเฉพาะคราวโดยมิได้รับ ใบอนุญาตตาม มาตรา  16 (1) หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออก ตาม มาตรา  16 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา  55  ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  20  หรือ มาตรา  21  วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
มาตรา  56  ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  22 วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา   23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา  57  ผู้รับอนุญาตผู้ใดนำอาหารควบคุมเฉพาะที่ผลิตขึ้นเพื่อ ส่งออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักรมาจำหน่ายในราชอาณาจักร อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา  24 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และ ปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
มาตรา  58  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  25 (1) ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  59  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  25 (2) ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท
มาตรา  60  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  25 (3) ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา  61  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  25 (4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  62  ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อนุญาตซึ่งสั่ง ตาม มาตรา  30 (1) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา  63  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อนุญาตซึ่งสั่งตาม มาตรา  30  (2) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับเป็นรายวันอีก วันละห้าร้อยบาทตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
มาตรา  64  ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา  31 วรรคหนึ่ง  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  65  ผู้ใดจำหน่ายอาหารควบคุมเฉพาะที่มิได้ขึ้นทะเบียน ตาม มาตรา  31 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา  66  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  34 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  67  ผู้รับอนุญาตผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  36  ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  68  ผู้รับอนุญาตผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อนุญาตซึ่ง สั่งตาม มาตรา  38 ต้องระวางโทษปรับเป็นรายวันวันละห้าร้อยบาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว
มาตรา  69  ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารที่ รัฐมนตรีสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับอาหารตาม มาตรา  39 ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  70  ผู้ใดโฆษณาอาหารโดยฝ่าฝืน มาตรา  40  ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  71  ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา  41  ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าพันบาท
มาตรา  72  ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อนุญาตซึ่งสั่งตาม มาตรา  42   ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท   หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่น้อยกว่า ห้าร้อยบาทแต่ไม่เกินหนึ่งพันบาท ตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งดังกล่าว
มาตรา  73  ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา  48  มาตรา  50  มาตรา  58  มาตรา  59  มาตรา  60  มาตรา  61 หรือ มาตรา  69 เป็นการ กระทำความผิดโดยจำหน่ายปลีกให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ผู้กระทำ ความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน ห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าผู้นั้นกระทำความผิดอีกภายใน หกเดือนนับแต่วันที่ได้กระทำความผิดครั้งก่อน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา  74  ผู้รับอนุญาตผู้ใดผลิตหรือนำเข้าซึ่งอาหารภายหลังที่ใบ อนุญาตสิ้นอายุแล้วโดยมิได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องระวางโทษ ปรับเป็นรายวันวันละไม่น้อยกว่าห้าร้อยบาทแต่ไม่เกินหนึ่งพันบาท ตลอดเวลาที่ใบอนุญาตขาดอายุ
มาตรา  75  บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับ สถานเดียว ให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือผู้ซึ่ง เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมายมีอำนาจ เปรียบเทียบปรับได้

:: บทเฉพาะกาล

มาตรา  76  ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ  ให้คงใช้ได้จนกว่าจะสิ้นอายุ ถ้าผู้ได้รับอนุญาตดังกล่าวประสงค์จะ ดำเนินกิจการต่อไปและได้ยื่นคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว  ให้ดำเนินกิจการที่ได้รับอนุญาตตามใบอนุญาตเดิมไปได้จนกว่าจะ ได้รับใบอนุญาตใหม่ หรือถึงวันที่ผู้อนุญาตได้แจ้งให้ทราบถึงการ ไม่อนุญาต และในกรณีที่ได้รับใบอนุญาตใหม่ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่ วันที่ได้รับใบอนุญาต
มาตรา  77  ใบรายละเอียดของอาหารที่ได้รับอนุญาตไว้ และฉลาก ที่ได้ออกให้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมภาพอาหารก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีอายุใช้ได้สามปีนับแต่วันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา  78  ให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าซึ่งอาหารอยู่ก่อนวันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ มาขออนุญาตตาม มาตรา  14 หรือ มาตรา  15 ภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อได้ยื่นคำขออนุญาต แล้วให้ดำเนินกิจการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตหรือถึงวันที่ ผู้อนุญาตได้แจ้งให้ทราบถึงการไม่อนุญาต

:: ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย์ รองนายกรัฐมนตรี

:: อัตราค่าธรรมเนียม
(1) ใบอนุญาตผลิตอาหาร  ฉบับละ 10,000  บาท
(2) ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามา ในราชอาณาจักร ฉบับละ 20,000  บาท
(3) ใบอนุญาตผลิตอาหารเป็นการ เฉพาะคราว  ฉบับละ  2,000  บาท
(4) ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามา ในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคราว ฉบับละ  2,000  บาท
(5) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร  ฉบับละ  5,000  บาท
(6) ใบแทนใบอนุญาต  ฉบับละ    500  บาท
(7) ใบแทนใบสำคัญการขึ้นทะเบียน  ตำรับอาหาร  ฉบับละ    500  บาท
(8) การต่ออายุใบอนุญาตครั้งละเท่ากับ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประเภทนั้นๆ แต่ละฉบับ
*หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่
กฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีบท บัญญัติที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและยังไม่มีบทบัญญัติ คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคที่รัดกุมเพียงพอ สมควร ปรับปรุงเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ 


หมวดความรู้:Law
 
รวม 333  บทความ : ลง 20/7/2555 9:37:52: แก้ไข : 12/8/2019 9:29:59 PMแก้ไขบทความแก้ไข