VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)

คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)

เป็นสารสีเขียวที่ทำหน้าที่สังเคราะห์แสงในพืชสีเขียวทุกชนิด เปรียบเสมือนเลือดของพืช คลอโรฟิลล์เป็นสาระสำคัญที่ต้องใช้ในโปรแกรมล้างพิษทุกโปรแกรม และควรใช้ต่อเนื่องเป็นประจำเพราะคลอโรฟิลล์จะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับเซลล์ของร่างกายโดยกระตุ้นการสร้างสารสีแดงในเม็ดเลือด (Hemoglobin) และมีคุณสมบัติในการล้างพิษ คือ
ลดการเกิดพิษจากมลภาวะ ฝุ่น ควัน ช่วยรักษาความเสียหายภายในปอดจากฝุ่นและควัน
ช่วยขจัดพิษตกค้างจากอาหาร ยา สารเคมี โลหะหนัก ยาฆ่าแมลงต่างๆ ออกจากร่างกาย
ล้างพิษตับ ลำไส้
ช่วยขบวนการสมานแผลแก่ร่างกาย
ช่วยรักษาอาการท้องผูก โดยช่วยชะล้างทำความสะอาดลำไส้
ช่วยรักษาอาการนิ่วในไต
ช่วยรักษาระดับน้ำตามลในเลือด และความดันโลหิตให้เป็นปรกติ
มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ
มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย กำจัดกลิ่นเหม็นของลมหายใจ
ช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานของร่างกาย

chlorophyll เป็น pigment ที่พบในพืชที่มีสีเขียว เป็นตัวรับแสงในการสังเคราะห์แสงของพืช โครงสร้างของ chlorophyll เป็น cyclic tetrapyrolle คล้ายคลึงกับ cytochromes และ heme ใน hemoglobin ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเลือด จึงมีผู้เรียก chlorophyll ว่าเป็น “the blood of plants” โดยในส่วนของโครงสร้างหลักมีส่วนที่ต่างกันคือ metal ion ที่อยู่ตรงกลางโดยใน Chlorophyll จะเป็น magnesium ขณะที่ ใน heme คือ iron โดยสารที่ใช้ในการออกฤทธิ์คือ chlorophyll และอนุพันธ์ของมันคือ chlorophyllin จึงมีการศึกษาถึงฤทธิ์ของ chlorophyll และ chlorophyllin ดังนี้1
1. Antimutagenic และ Anticarcinogenic activities (antioxidant activity)
Chlorophyll และ chlorophyllin (ซึ่งเป็น derivative ของ chlorophyll) มีฤทธิ์ antimutagenic ในการทดลองแบบ in vitro ต่อ mutagens หลายชนิด รวมทั้ง aflatoxin B1 ด้วย นอกจากนี้ chlorophyll และ chlorophyllin ยังมีฤทธิ์ anticarcinogenic effects ใน model ของสัตว์ทดลองด้วย ทั้งนี้เนื่องมาจาก โมเลกุลของ chlorophyll สามารถจับกับ mutagens และ carcinogens ต่างๆ ได้เป็น complexes และจะลดการดูดซึมของสารก่อมะเร็งเหล่านั้นได้ 2,3,4,5
2. ฤทธิ์ในการต้านการติดเชื้อ (Fighting infections)
ได้มีการศึกษาถึงฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของ chlorophyll มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 40 ซึ่งผลการทดลองใน in vitro แสดงให้เห็นว่า chlorophyll มีสมบัติเป็น bacteriostatic โดยเฉพาะการติดเชื้อกลุ่ม Streptococci และ Staphylococci ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญของการติดเชื้อในโรงพยาบาล นอกจากนี้ chlorophyll ยังสามารถกำจัดกลิ่นเหม็นจากบาดแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยในการสร้าง connective tissue ด้วย 6
สำหรับการใช้ chlorophyll ในมนุษย์ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เป็น dietary supplements ซึ่งทำให้ chlorophyll มี claims ต่างๆ มากมาย ดังนี้
1. กำจัดกลิ่นที่เกิดจากอวัยวะภายในร่างกาย (Internal Deodorant)
มีการใช้ chlorophyllin ชนิดทาบนแผลเพื่อกลบกลิ่นเหม็นจากบาดแผลมาตั้งแต่ช่วงค.ศ.1940-1950 และต่อมาก็มีการนำมารับประทานในผู้ป่วยที่ทำ colostomies และ ileostomies เพื่อกลบกลิ่นอุจจาระ มี case report ถึงการใช้ใน indication นี้ โดยขนาดของ chlorophyllin ที่ใช้เพื่อกลบกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วย ostomy คือ 100-200 mg/day ในขณะที่มีการศึกษาแบบ placebo-controlled trial หนึ่งที่พบว่าการรับประทาน chlorophyllin ขนาด 75 mg วันละ 3 ครั้ง ไม่ได้มีประสิทธิภาพดีกว่า placebo ในการกลบกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วย colostomy ยังมีอีกหลาย case reports ที่กล่าวว่า การรับประทาน chlorophyllin 100-300 mg/day จะสามารถลดกลิ่นปัสสาวะและกลิ่นอุจจาระในผู้ป่วยที่กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่อยู่ได้ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ chlorophyllin ในผู้ป่วยที่มีภาวะ trimethylaminuria (ผู้ป่วยที่มีการขับ trimethylamine ซึ่งมีกลิ่นคาวปลาออกจากร่างกาย) ซึ่งการศึกษาในผู้ป่วยชาวญี่ปุ่น 7 คน ที่มีภาวะดังกล่าว พบว่า การให้ chlorophyllin 60 mg รับประทาน 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์ สามารถลดระดับ trimethylamine ในปัสสาวะได้อย่างมีนัยสำคัญ 7,8
2. ช่วยในการรักษาบาดแผล (Wound Healing)
ในช่วงทศวรรษที่ 40 นั้น มีการวิจัยพบว่า chlorophyllin solutions สามารถชะลอการเจริญของ anaerobic bacteria ในหลอดทดลองได้ และจะสามารถเร่งการหายของแผลในสัตว์ทดลองได้ จึงมีการนำ chlorophyllin ไปใช้เป็นยาภายนอกในรูปแบบ solutions และ ointment ในผู้ป่วยที่มีแผลเปิดเป็นระยะเวลานาน ดังมีการศึกษาในช่วงปลายทศวรรษที่ 40-50 ที่เป็นแบบ uncontrolled ขนาดใหญ่ในผู้ป่วยที่มีแผลหายช้า เช่น มี vascular ulcers และ pressure (decubitus) ulcers พบว่า การทา chlorophyllin สามารถช่วยให้แผลหายได้ดีกว่าการรักษาปกติ ช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ได้มีการเติม chlorophyllin ลงไปใน papain และ ointment ที่มี urea เป็นส่วนประกอบในการลดการอักเสบเฉพาะที่ ช่วยให้แผลหายเร็วและกลบกลิ่นที่ไม่ดี ซึ่งตำรับ ointment ของ papain หรือ urea ที่มีการเติม chlorophyllin นี้ ยังคงมีการสั่งจ่ายกันอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
3. รักษาอาการท้องผูก (Constipation)
ในอดีตพบว่ามีการใช้ chlorophyll ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น อาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย โดยการศึกษาในผู้ป่วยสูงอายุ 62 คนที่อยู่ในสถานพักฟื้น พบว่า chlorophyllin มีประสิทธิภาพในการช่วยควบคุมกลิ่นอุจจาระและระบบขับถ่ายของร่างกายให้ดีขึ้นในภาวะท้องผูกเรื้อรัง และยังช่วยลดอาการแน่นท้องได้ด้วย ซึ่งในการศึกษานี้ไม่พบความเป็นพิษหรือภาวะความเจ็บป่วยอื่นใด
4. ช่วยลดพิษหรืออาการข้างเคียงจากยาบางชนิดได้ (Help protect against some toxins, ameliorate some drug side effects)
Chemotherapeutic drugs เป็นอีกแหล่งหนึ่งของ free radicals ซึ่งจะไปทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ก่อให้เกิดเป็น side effects ได้ จากฤทธิ์ antimutagenic ของ chlorophyll จึงได้มีการใช้ chlorophyllin เพื่อลด side effect ของ cyclophosphamide โดยมีการศึกษาในหนูถีบจักรถึงประสิทธิผลของ chlorophyllin ในการลด side effect ของ cyclophosphamide และศึกษาว่า chlorophyllin รบกวนประสิทธิภาพในการต้านมะเร็งของ cyclophosphamide หรือไม่ โดยให้ chlorophyllin ผสมในน้ำดื่ม (1%) 2 วัน หรือให้โดยการป้อน (200 mg/kg) 2 ชั่วโมงก่อนการรักษาด้วย cyclophosphamide (220 mg/kg) ผลพบว่า side effect ของ cyclophosphamide ที่เกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและการกดไขกระดูกนั้นลดลงในทั้ง 2 กลุ่ม ในขณะที่ประสิทธิภาพของฤทธิ์ต้านมะเร็งไม่ได้ลดลงเมื่อใช้ chlorophyllin ดังนั้น chlorophyllin จึงให้ผลดีเมื่อใช้ร่วมกับการรักษาด้วย cyclophosphamide
5. รักษาภาวะนิ่วชนิด calcium oxalate stone ได้ (Treatment of calcium oxalate stone disease)
มีการศึกษาใน in vitro เกี่ยวกับ chlorophyllin ในรูปสารละลายความเข้มข้น 20 mcg/ml ใน normal urine จะยับยั้งการเกิดผลึกและยับยั้งการโตของผลึก calcium oxalate dehydrate ได้เมื่อเปรียบเทียบกับผลก่อนการทดลอง ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารและยาที่มีส่วนประกอบของ chlorophyllin อาจช่วยในการรักษา calcium oxalate stone disease ได้
6. ลดอาการของ rhinitis, otitis externa และ otitis media ได้ (Reduce symptoms of rhinitis, otitis externa and otitis media)
Chlorophyll มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สามารถใช้ chlorophyll ในการรักษาบาดแผลที่ติดเชื้อได้ นอกจากการติดเชื้อบริเวณแผลเปิดแล้ว chlorophyll ยังสามารถยับยั้งเชื้อในระบบ otolaryngology ได้ โดยมีการศึกษาในการใช้ chlorophyll ใน 100 cases ของผู้ป่วยที่มีอาการหวัด หรือ acute rhinitis และ rhinosinusitis พบว่า chlorophyll สามารถใช้รักษาการติดเชื้อและการอักเสบบริเวณหูชั้นในแบบเรื้อรังได้
7. กระตุ้นการสร้างเลือดในผู้ป่วยโลหิตจางได้ (Stimulant blood cell formation in anemia)
Chlorophyll ช่วยกระตุ้นการสร้าง hemoglobin ที่มี oxygen อยู่ และจะสามารถนำไปสร้างพลังงานให้ร่างกายได้ นักวิทยาศาสตร์ได้พบข้อมูลจากการศึกษาในผู้ป่วยที่มีภาวะ iron-deficiency anemia ว่าถ้าหากผู้ป่วยได้รับ iron และ chlorophyll ในการรักษาร่วมกัน จะทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงและระดับ hemoglobin เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง และในการศึกษาในสัตว์ทดลองทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้ตั้งสมมติฐานว่า chlorophyll สามารถสร้างเลือดได้โดยเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นไขกระดูก
8. ใช้ในการรักษาผู้ป่วย leucopenia โดยให้ผลการรักษาและมีความปลอดภัยในการใช้ การศึกษานี้ทำในปี 2005 แต่การศึกษานี้เป็นการทดลองในระยะสั้นแค่ 1 เดือน อาจต้องมีการทำการศึกษาในระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อดูว่าหากใช้ในระยะยาวแล้วจะให้ผลและความปลอดภัยหรือไม่ 9
ในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการเกิดพิษที่รุนแรงของ chlorophyll ก็ตาม
Contraindications
Chlorophyll และ chlorophyllin มีข้อห้ามใช้ในคนที่ hypersensitive ต่อสารนี้และส่วนประกอบของสารนี้
Precautions
Supplemental chlorophyll และ supplement chlorophyllin ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
Adverse reactions
การใช้ chlorophyll และ chlorophyllin supplement อาจทำให้ สีของปัสสาวะและอุจจาระเป็นสีเขียว นอกจากนี้อาจทำให้ลิ้นมีสีเหลืองถึงดำ รวมทั้งยังมีรายงานเกี่ยวกับการท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย
Interactions
มีการศึกษาใน mouse ว่า chlorophyllin จะเพิ่มผลข้างเคียงของ cyclophosphamide
Overdosage
ยังไม่พบรายงานจากการเกิด overdosage
Dosage and administration
-Chlorophyllin ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ใช้ขนาด 100 mg/day
-ใช้ลดกลิ่นในอุจจาระหรือลดกลิ่นจาก colostomy และ ileostomy ใช้ขนาด 100 mg/day
Dosageform
-capsule 50 mg, 60 mg, 100 mg
-liquid 45 mg/15 ml, 75 mg/5 ml
-tablet 20 mg, 200 mg

 

ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการค้นคว้าทั้งหมดนี้มาจาก เอกสารหมายเลข 1 โดยในเอกสารนี้ได้มีการให้ reference ไว้ตามรายการหมายเลข 10-18
Reference
1. PDRhealth,Thomson PDR . Chlorophyll/Chlorophyllin. Standard documentation formats.
Available from : URL: http://www.pdrhealth.com/drug_info/nmdrugprofiles/nutsupdrugs/chl_0069.shtml
2. Breinholt V, Arbogast D, Loveland P, et al. Chlorophyllin chemoprevention: an evaluation of reduced bioavailability vs. target organ protective mechanisms. Toxicol Appl Pharmacol. 1999; 158:141-151.
3. Egner PA, Munoz A, Kensler TW. Chemoprevention with chlorophyllin in individuals exposed to dietary aflatoxin. Mutat Res. 2003 Feb-Mar;523-524:209-16.
4. Egner PA, Wang JB, Zhu YR. Chlorophyllin intervention reduces aflatoxin-DNA adducts in individuals at high risk for liver cancer. Proc Natl Acad Sci U S A. 2001 Dec 4;98(25):14601-6. Epub 2001 Nov 27.
5. Egner PA, Stansbury KH, Snyder EP,et al. Identification and characterization of chlorin e(4) ethyl ester in sera of individuals participating in the chlorophyllin chemoprevention trial. Chem Res Toxicol.
6. Nenonen MT, Helve TA, Rauma AL. Uncooked, lactobacilli-rich, vegan food and rheumatoid arthritis. Br J Rheumatol. 1998 Mar;37(3):274-81.
7. Yamazaki H, Fujieda M, Togashi M, et al. Effects of the dietary supplements, activated charcoal and copper chlorophyllin, on urinary excretion of trimethylamine in Japanese trimethylaminuria patients. Life Sci. 2004 Apr 16;74(22):2739-47.
8. Nahata MC, Slencsak CA, Kamp J. Effect of chlorophyllin on urinary odor in incontinent geriatric patients. Drug Intell Clin Pharm. 1983 Oct;17(10):732-4.
9. Gao F, Hu XF. Analysis of the therapeutic effect of sodium copper chlorophyllin tablet in treating 60 cases of leucopenia. Chin J Integr Med. 2005 Dec;11(4):279-82.
10. Breinholt V, Arbogast D, Loveland P, et al. Chlorophyllin chemoprevention: an evaluation of reduced bioavailability vs. target organ protective mechanisms. Toxicol Appl Pharmacol. 1999; 158:141-151.
11. Chernomorsky S, Segelman A, Poretz RD. Effect of dietary chlorophyll derivatives on mutagenesis and tumor cell growth. Teratogen Carcinogen Mutagen. 1999; 19:313-322.
12. Nahata MC, Slencsak CA, Kamp J. Effect of chlorophyllin on urinary odor in incontinent geriartric patients. Drug Intell Clin Pharm. 1983; 17:732-734.
13. Ong TM, Whong WZ, Stewart J, Brockman HE. Chlorophyllin: a potent antimutagen against environmental and dietary complex mixtures. Mutat Res. 1986; 173:111-115.
14. Reddy AP, Harttig U, Barth MC, et al. Inhibition of dibenzo[a,l]pyrene-induced multi-organ carcinogenesis by dietary chlorophyllin in rainbow trout. Carcinogenesis. 1999; 20:1919-1926.
15. Robins EW, Nelson RL. Inhibition of 1,2-dimethylhydrazine-induced nuclear damage in rat colonic epithelium by chlorophyllin. Anticancer Res. 1989; 9:981-985.
16. Te C, Gentile JM, Baguley BC, et al. In vivo effects of chlorophyllin on the antitumot agent cyclophosphamide. Int J Cancer. 1997; 70:84-89.
17. Vlad M, Bordas E, Caseanu E, et al. Effect of cuprofilm on experimental atherosclerosis. Biol Trace Elem Res. 1995; 48:99-109.
18. Young RW, Beregi JS Jr. Use of chlorophyllin in the care of geriatric patients. J Am Geriatr Soc. 1980; 28:46-47.


หมวดความรู้:Chlorophyll
 
รวม 333  บทความ : ลง 20/7/2555 10:51:24: แก้ไข : 12/8/2019 3:07:44 PMแก้ไขบทความแก้ไข