VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: ข้อมูล ทั่วไป ของ วิตามินเอ

 

ข้อมูล ทั่วไป ของ วิตามินเอ

          วิตามินเอ หรือ retinol มีความสำคัญต่อระบบมองเห็นในที่แสงสลัว และความแข็งแรงของเยื่อบุ ต่าง ๆ การขาดวิตามินเอทำให้เนื้อเยื่อตาแห้ง และเป็นแผล ถ้าขาดรุนแรงมากขึ้นจะทำให้บริเวณตาดำเป็นแผลเน่าเปื่อยและทำลายเลนส์ตา จนถึงตาบอด นอกจากจะมีปัญหาเรื่องตาแล้ว วิตามินเอยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การเจ็บป่วย และยังเพิ่มความเส่ยงต่อการตายจากโรคติดเชื้อทั้งในเด็กและ มารดาปัจจบันองค์การอนามัยโลกจัดว่าประเทศไทยมีปัญหาการขาดวิตามินเอในระดับไม่แสดงอาการทางคลินิก แต่พบว่าบางพื้นที่ยังมีความเสี่ยงสูง ผลการสำรวจภาวะโภชนาการวิตามินเอในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2505 ในเด็กวัยก่อนเรียน โดย lcmD (lnterdepฉrtmental committee on Nutritionfor NationaI Defense USA) ไม่พบเด็กเป็น xerophthalmia และผลการสำรวจภาวะโภธนาการของประเทศไทย พ.ศ. 2529 ในเด็กอายุ 0-5 ปี จำนวน 2,609 ราย ไม่พบอาการแสดงทางคลินิกว่าขาดวิตามินเอโดยเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกเซ่นกัน รายงานผลการสำรวจทางชีวเคมีในเด็กวัยก่อนเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 146 รายในปี พ.ศ. 2528 พบว่าร้อยละ 17 มีระดับวิตามินเอในซีรั่มต่ำกว่า 10 ไมโครกรัมต่อ 100มิลลิลิตร เมื่อสำรวจอีกครั้งในปี พ.ศ. 2530 พบว่าเด็กก่อนวัยเรียนร้อยละ 1.3 มีอาการตาบอดกลางคืน ร้อยละ 16 มีอาการ congenitฉ่ xerosis ในปี พ.ศ. 2530 กองโภชนาการสำรวจพบว่า ร้อยละ 3 ของเด็กวัยก่อนเรียนมีระดับวิตามินเอในเลือดต่ำ โดยเฉพาะเด็กทีอายุน้อยกว่า 3 ปี และจะมีการติดเชื้อโรคทางระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารบ่อยกว่าเด็กที่มีระดับวิตามินเอสูงกว่า

          จากการสำรวจใน 4 จังหวัดภาคเหนือและ 4 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี พ.ศ. 2533 พบว่า ประมาณร้อยละ 20 ของเด็กมีระดับวิตามินเอสะสม (relative dose response)ในตับน้อย แต่ยังไม่มีอาการขาดแสดงทางคลินิก ปี พ.ศ. 2538 มีการสำรวจในเด็กก่อนวัยเรียน พบว่าร้อยละ 6.6 มีระดับวิตามินเอในเลือด ระหว่าง 10-20 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และ ร้อยละ 13.3ขาดวิตามินเอสะสมในตับ (modified relative dose response' MRDR) ร้อยละ 14 มีการผิดปกติที่เนื้อเยื่อตาขาว (conjunctival impression cytology) ในปี พ.ศ. 2541 กองโภซนาการร่วมกับสถาบันวิจัยโภชนาการสำรวจ 1 จังหวัดในภาคเหนือ และ 2 จังหวัดในภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่า มากกว่าร้อยละ 40 ของเด็กมีระดับวิตามินเอสะสมในตับน้อย ร้อยละ 6 มีระดับวิตามินเอในเลือดต่ำกว่า 20 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และพบว่าร้อยละ 8 มีการขาดวิตามินเอที่เนื้อเยื่อตาขาว(conjunctival impression cytology) แต่ยังไม่พบอาการแสดงว่าขาดวิตามินเอทางคลินิกร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินเอได้จึงต้องได้รับจากอาหาร วิตามินเอหรือ all-trans-retinol จัดเป็นสารประเภท retinoids อาหารพวกตับ ไข่ นม มี preformed vitamin A ในรูปของretinyl ester เป็นส่วนใหญ่ ส่วนในพืชมี provitamin A พวก carotenoids เช่น  ผักโขม ตำลึง ผักบุ้งแครอท ฟักทอง เป็นต้น retinoids และ carotenoids เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ แต่สามารถละลายในสารละลายอินทรียด้ การดูดซึมและการขนถ่าย retinol และ carotenoids จึงมีขบวนการคล้ายไขมันวิตามินเอในอาหารมักอยู่ในรูปของ retinyl palmitate การขบเคี้ยวอาหารในปากและการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร ตลอดจนการเกิด hydrolysis ในลำไส้จะทำให้พวกวิตามินออกมาจากอาหารขญะที่อยู่ในลำไส้เล็ก (intestinal lumen) retinyl esters อาศัย bile saเts เป็นตัวทำละลายเพื่อฟอร์มเป็นmicelles รวมกับไขมันซนิดอื่นเพื่อการย่อยและผ่าน mucosal membrane เข้าสู่เซลล์ลำไส้ นอกจากนี้bile salts ยังทำหน้าที่กระตุ้นเอนไซม์ retinyl ester hydrolase ซึ่งอยู่ที่ brush border membraneเอนไซม์อื่นที่อาจมีบทบาทร่วมด้วย ได้แก่ pancreatic 1ipase และ cholesterol esterase ฯลฯ retinylester ที่เข้าไปอยู่ในเซลล์ลำไส้จะถูก hydrolyse โดย retinyl ester hydrolase ได้เป็น retinol และ fattyacid ส่วนของ retinol จะลูก reesterified โดย intracellular binding protein และ pack อยู์ในไคโลไมครอน (chylomicron) ไคโลไมครอนนี้จะเข้าสู่ระบบ lymphatic system เพื่อผ่านเข้าเลือดสู่ระบบต่าง า ในร่างกาย (systemic circulation)เมื่อไคโลไมครอนไปสู่ adipose tissue จะมี 1ipoprotein 1ipase มาย่อยและรับส่วนของtriglyceride ไปใช้

          ส่วนของไคโลไมครอนที่เหลือเรียกกว่า chylomicron remnants ซึ่งเป็นพวกcholcsteryl esters และ retinyl esters เป็นส่วนใหญ่ chylomicron remnants จะเข้าสู่ตับ lysosomeในเซลล์ตับจะล้อม retinyl esters และปล่อย enzyme acidhydrolase ย่อยจนได้ retinol สำหรับ retinolสามารถจับกับ RetinoI Binding protein (RBP) ในตับ และไปตามกระแสเลือด หรือ retinol จะถูกesterified กลับเป็น retinyl esters อีก retinol สามารถไปมาระหว่าง stellate และ parenchyma cellได้ retinyl esters ใน stellate มีประมาณร้อยละ 80-90 โดยอยู่ในรูปของ 1ipid droplets ส่วนparenchymal cell พบ retinyl esters เพียงร้อยละ 10-20ปกติตับมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม โดยสามารถเก็บสะสมวิตามินเอได้ประมาณ 1.57 มิลลิโมล (450 มิลลิกรัม) ผู้ใหญ่ทั่วไปมีวิตามินเอเก็บสะสมทั้งหมดระหว่าง 1.05-3.14 มิลลิโมล (300-900มิลลิกรัม) วิตามินเอร้อยละ 20 จะพบที่เนื้อเยื่ออื่น ๆ หากพบว่าตับมี retinol น้อยกว่า 105 นาโนโมลต่อกรัม (30 มิลลิกรัมต่อกรัม) ถือว่าเป็น borderline ของการขาดวิตามินเอretinol ที่พบในเลือดจะไม่ได้อยู่อย่างอิสระ แต่จะจับกับ RBP (RetinoI Binding protein) ซึ่งสร้างโดยตับ การหลั่งของ RBP ออกจากตับจะถูกกำหนดโดยระดับของ retinol เมื่อ retinol จับกับ RBPจะเคลื่อนไปสู่Golgi appฉrฉเนs และหลังออกในเลือดในรูปของ holoprotein ดังนั้น RBPจัดเป็น camerprotein สำหรับ retinol ในเนื้อเยื่ออื่น ๆ ด้วยในพลาสมา RBP จับกับโปรตีนคือ transthyretin (TTR) ด้วย ซึ่งเมื่อว่าเพื่อทำให้ RBP มีขนาดใหญ่ขึ้นจะได้ไม่สูญหายไปเมื่อต้องกรองผ่านกรวยไตความจริงแล้วเซลล์ต่าง า มี RBP ด้วยอาทิ เช่น cellu]ar retinol-binding protein (CRBP)cellular retinol-binding protein 11 (CRBP 11) cellular retinal-binding protein (CRALBP)เป็นต้น ส่วนกลไกการทำงานยังไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจนในขณะนี้ผู้ใหญ่มี totaI RBP ทั้งหมดใน plฉsma ประมาณ 1.9-2.4 มิลลิโมลต่อลิตร (40-50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร) ขณะที่เด็กและวัยรุ่นมีปริมาณเพียงครึ่งหนึ่งของผู้ใหญ่


หมวดความรู้:vitamina
 
รวม 333  บทความ : ลง 10/1/2555 10:49:53: แก้ไข : 9/24/2018 9:22:21 AMแก้ไขบทความแก้ไข