VITAMIN SHOP , วิตามิน และ อาหารเสริมVITAMINSHOP
                 Vitamin & Supplement FOR 0 TO 100 YEARS
 
ความรู้เรื่องวิตามิน

: ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคสำหรับวิตามินเอ ตารางที่ 5.5.1

 

ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคสำหรับวิตามินเอ

          ความต้องการวิตามินเอ ขึ้นกับอายุ เพศ ซึ่งมีความต่างกันในน้ำหนักตัว ค่าเฉลี่ยและความเบี่ยงเบนมาตรฐานของความต้องการที่แท้จริงของคนไทยนั้นยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะคำนวณค่าเฉลี่ยของความต้องการในแต่ละกล่มอายุได้ ความต้องการวิตามินเอให้เพียงพอของแต่ละบคคลนั้นหมายถึง การบริโภคอาหารที่มีวิตามินเอในรูปเรตินอล ซึ่งคิดหน่วยเป็นไมโครกรัมเรตินอลอีควิวาเลนท์  เพื่อป้องกันภาวะ xerophthalmia และอาการขาดทางคลินิก วิตามินเอที่บริโภคนี้ควรมีสัดส่วนของวิตามินเอจากเนื้อสัตว์มากกว่า (ประมาณร้อยละ 90) แคโรทีนอยด์จากพืช (ประมาณร้อยละ 10) และเป็นอาหารที่มีไขมันพอสมควร (ประมาณ 5-10 กรัม) ระดับความต้องการวิตามินเอต้องเพียงพอที่จะป้องกันอาการขาดทางคลินิกพร้อมทั้งลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการขาดวิตามินเอความต้องการวิตามินเอคำนวณโดยมีพื้นฐานจากน้ำนมแม่ ระหว่าง 6 เดือนแรก ถ้าเด็กกินน้ำนมแมเพียงอย่างเดียวก็ได้รับวิตามินเอพอเพียงที่จะเจริญเติบโตได้ดีมีระดับวิตามินเอเป็นปกติในเนื้อเยื่อต่าง ๆและมีระดับวิตามินเอสะสมในตับพอเพียงโดยเฉลี่ยปริมาณน้ำนมแม่ในช่วงระยะ 6 เดือนแรกมีประมาณ750 มิลลิลิตรต่อวัน และปริมาณวิตามินเอในน้ำดื่มมีค่ามากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ถือว่าเพียงพอ (FAO/WHO' 1988) ดังนั้นค่าเฉลี่ยวิตามินเอที่เด็กได้รับจะประมาณ 375 ไมโครกรัมต่อวันซึ่งค่าที่ได้นี้เป็นปริมาณวิตามินเอที่พอเพียงในแต่ละวัน(Adequate lntake' AI) ของทารกในวัยนี้ ซึ่งเทียบเป็นปริมาณวิตามินเออ้างอิงที่ควรได้รับประจำวัน (Dietary Reference lntake' DR1 1) ระยะทารกอายุ 6-11 เดือน ปริมาณน้ำนมลดลงโดยเฉลี่ยเป็น 650 มิลลิลิตรต่อวัน แต่เด็กจะได้รับอาหารตามวัยด้วย ดังนั้นความต้องการของวิตามินเอจึงคิดเป็น 400ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นค่า AI เซ่นเดียวกันหลังจากอายุ 1 ปี มีข้อมูลเพียงพอสำหรับค่าประมาณความต้องการวิตามินเอที่ควรได้รับประจำวัน(Estimated Average Require' EAR) ซึ่งนำไปคำนวณหาค่า ปริมาณวิตามินเอที่ควรได้รับประจำวัน(RecommendedDietmAIIOWance'RDA)ซึ่งเทียบเป็นปริมาณวิตามินเออ้างอิงที่ควรได้รับประจำวัน(DRI) ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เด็กที่มีช่วงอายุ 1-3, 4-5 และ 6-8 ปี จะมีความต้องการวิตามินเอ 20ไมโครกรัมตอน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (FAO/WHO 1988) และมีน้ำหนักตัวมาตรฐานเป็น 13, 18 และ23 กิโลกรัม ตามลำดับ ดังนั้นถ้าคิดตามพื้นฐานนี้จะได้ความต้องการวิตามินเอเป็น 260, 352 และ 454ไมโครกรัมต่อวัน เมื่อปรับเป็นความต้องการสำหรับเด็กกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 จะได้เป็นค่าเฉลี่ยความต้องการวิตามินเอ 312, 422 และ 544 ไมโครกรัมต่อวัน ตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการวิตามินเอในเด็กเล็ก ความต้องการวิตามินเอในเด็กวัยก่อนเรียนปรับตัวเลขเป็น 400, 450 และ500 ไมโครกรัมต่อวัน ตามลำดับในเด็กวัยรุน มีความต้องการวิตามินเอ 9.3ไมโครกรัมต่อน้าหนักตัว 1 กิโลกรัม (FAO/WHO1988) ในซ่วงอายุ 9-12, 13-15 และ 16-18 ปี ช่วงนี้เด็กชายมีน้ำหนักมาตรฐาน 33, 49 และ 57กิโลกรัมตามลำดับ ส่วนเด็กหญิงมีน้ำหนัก 34, 46 และ 48 กิโลกรัมตามลำดับ เมื่อคิดความต้องการวิตามินเอทำนองเดียวกับเด็กเล็กจะได้ความต้องการวิตามินเอในเด็กชายอายุ 9-12, 13-15 และ 16-18 ปี เป็น 600, 600 และ 700 ไมโครกรัมต่อวันตามลำดับ ส่วนเด็กหญิง เป็น 600 ไมโครกรัมต่อวันทุกช่วงอายุนี้ผู้ใหญ่มีน้ำหนักตัวมาตรฐานเป็น 57 กิโลกรัมในผู้ซาย และ 52 กิโลกรัมในผู้หญิง คิดความต้องการวิตามินเอ ได้เป็น 700 และ 600 ไมโครกรัมต่อวัน ตามลำดับ รวมทั้งผู้สูงอายุที่มีอายุ 71 ปีขึ้นไปด้วยหญิงตั้งดรรภ์ ต้องการวิตามินเอเพิ่มขึ้นอีกวันละ 200 ไมโครกรัม ส่วนหญิงให้นมบุตรต้องเพิ่มขึ้นอีกวันละ 375 ไมโครกรัม ค่าต่าง ๆ เหล่านี้แสดงไว้ในตารางที่ 5.5.1

ตารางที่ 5.5.1 ปริมาณวิตามินเออ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับกลุ่มบุคคลวัยต่าง ๆ


หมวดความรู้:vitamina
 
รวม 333  บทความ : ลง 10/1/2555 10:58:11: แก้ไข : 11/21/2017 2:15:37 AMแก้ไขบทความแก้ไข